2007/Jan/23

เมื่อวานนี้ได้คุยกับน้องๆ หลายคน คุยกันเรื่องงานที่มาร่วมกันทำด้วยใจที่เป็นกุศล แต่...บางทีก็ไม่พ้นการกระทบกระทั่งกัน ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้ร่วมทำงานกับบุคคลหลากหลาย ในงานที่ทำถวายครูบาอาจารย์หลายๆ งานที่ผ่านมา ทุกงานหนีไม่พ้นการกระทบกระทั่งกันทั้งนั้น

เริ่มต้น ทุกๆ คนมาด้วยศรัทธา ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความตั้งใจที่จะถวายแรงกาย แรงใจบูชาธรรม แต่ความที่เราแต่ละคน (โดยส่วนใหญ่)ล้วนแต่ยังคงเป็นปุถุชน มีคติเป็นของตนเอง เมื่อเริ่มทำงานกันไป ต่างคนต่างความคิด แล้วด้วยความที่อยากให้งานที่ทำออกมาดีที่สุด ก็มักจะอยากให้เป็นดังใจ บางครั้งบางคราวก็หลงลืมไปว่า คนอื่นๆ ก็มีความตั้งใจเช่นเดียวกัน เมื่อต่างคนต่างยึดเอา "เรา"เป็นใหญ่ สุดท้าย ก็เลยมีแต่คนใหญ่ คนตัวเล็กๆ ที่จะทำงานก็เลยหายไป ลืมดูกาย ดูใจตัวเองไป ต่างก็เอาส่วนที่อยากกำจัด อยากละ แต่ละไม่ได้ ออกมาอวดกัน สุดท้ายจากกุศลจิต ก็กลับกลายเป็นอกุศลจิตกันไป หลายๆ คนเข็ด ไม่อยากจะทำงานร่วมกับ "นักภาวนา" อีกเลย

ต้องขอบอกว่าตัวเองไม่ได้ดีไปกว่าใครนะคะ แต่เวลาทำงานบูชาธรรม หรือถวายครูบาอาจารย์ จะท่องไว้ในใจเสมอว่างานต้องสำเร็จ และต้องดีที่สุด จะเจออะไร หรือต้องทนอะไร แรงกระทบจากใครๆ ก็ทำได้เพื่อให้งานลุล่วงไป แม้ไม่ผิด ก็พร้อมที่จะกล่าวคำขอโทษ เพื่อให้งานสามารถเดินต่อไปได้ จะต้องทำงานกับใคร เป็นอย่างไร หากมีปัญหา ปัญหานั้นคือ "เรา"เป็นเหตุ เราต้องชนะใจเราให้ได้ อะไรๆ ที่เป็น "เรา" ต้องเกลามันทิ้งไป เพื่อให้งานส่วนรวมสำเร็จลุล่วงไป หากเดินไปแล้วชน ต้องใช้สติ ปัญหา และความรอบคอบในการแก้ไขปัญญา ถอยออกมาสักก้าว อาจจะทำให้มองทุกอย่างได้กว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งเราอ่อนน้อม งานยิ่งสามารถบรรลุต่อไปได้ ยิ่งเราแข็งกร้าว ยิ่งเป็นการทำลาย ท่องไว้ในใจ เราทำเพื่อบูชาธรรม จะโดนอะไร อย่าเก็บเข้ามาไว้ในใจ ทุกๆ อย่างเป็นไปเพื่อการขัดเกลาเราทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่ทำไปแล้วสูญเปล่าหรอกค่ะ หากทำด้วยสติ และปัญญา

เรื่องผ้าบังสกุล...เมื่อวานนี้ บอกน้องชายตัวกลมๆ ว่าพี่สาวคนนี้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ แต่เป็นผ้าบังสกุล แบบสมัยโบราณที่พระท่านไปบังสกุลเศษผ้าที่เค้าทิ้งมา อาจจะขาดกระรุ่งกระริ่ง ปุปะ หรือสกปรก แต่ก็เพียรนำมาซักทำความสะอาด และเย็บต่อกันจนเป็นผืน นำไปย้อม แล้วนำมาใช้เป็นผ้าไตร เพียงเพื่อเป็นเครื่องนุ่งห่ม น้องๆ จะเข้าใจความนัยไหมหนอ ทำไมเปรียบเช่นนี้

ที่เปรียบเช่นนี้เพราะชีวิตคนเรา โดยส่วนใหญ่ ผ่านทุกข์ ผ่านความโศกเศร้ามามากมาย บางคนอาจจะโชคดีกว่าอีกคน แต่ทุกคนคงต้องได้ลิ้มรสของความทุกข์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง บางครั้งอาจจะเคยรู้สึกเหมือนชีวิตสูญสลาย หมดความหวัง ไม่ต่างกับผ้าขีริ้วผืนหนึ่ง ที่ขาดกระจาย แต่ถ้าเราไม่ท้อ เพียรสู้ เก็บชีวิตที่แตกสลายมาเย็บต่อเข้าด้วยกัน หมั่นซักหมั่นฟอกด้วยพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักษาด้วยศีล แล้วย้อมด้วยสติ ปัญญา ก็สามารถมีชีวิตใหม่ที่งามสง่าได้ สามารถเป็นผ้าครองที่คู่ควรแก่พระสุปฏิปันโน

คงจะฝากไว้ให้คิดแค่นี้หล่ะคะ ธรรมะรักษาค่ะ


Posted on Wed 5 Oct 2005 17:35
http://kaikeaw.diaryclub.com/?date=20051005

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


*.:。✿~ ไก่แก้ว ~✿。:.*
View full profile