
มันเริ่มจากวันนึงมีน้องชายคนนึงที่ทำงานด้วยกัน ถามว่า "ทำไมผู้หญิงเค้าถึงได้ชอบปักครอสติสให้ผู้ชายนัก" จำไม่ได้ว่าตอบเค้าไปยังไงตอนนั้น แต่ตอนนี้ถ้ามีใครถาม คงจะตอบว่า "สำหรับผู้หญิง แต่ละ stitch ที่ปักลงไปบนผ้า แทนความคิดถึง และความรู้สึกมากมาย"
จำไม่ได้ว่าเริ่มรักการปักผ้าครอสติสมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทราบแต่ว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยประคองจิตใจที่บอบช้ำในช่วงหนึ่งของชีวิต
งานฝีมือต่างๆ แม่พยายามถ่ายทอดให้ อย่างการถักโครเช ก็เคยพยามยามทำผ้าพันคอ สุดท้ายได้แต่เป็นผ้ารองแจกัน (ก็มันกว้างยาวไม่ได้เท่าไหร่ก็เบื่อแล้วนี่ค่ะ) ที่ถักได้นานหน่อยก็ผ้าคลุมเตียงแสนสวย ที่ช่วยกันทำกับแม่ ค่อยๆ บรรจงถักกุหลาบทีละดอก แล้วนำมาต่อกันจนสุดท้ายได้ผ้าคลุมเตียงขนาด King Size หนึ่งผืน ก็เบื่อแทบจะแย่เอา แต่ตอนนั้นเป็นช่วงแรกที่เราย้ายครอบครัวไปอยู่ต่างแดน โรงเรียนก็ยังไม่เปิด ประเทศก็ไม่คุ้นเคย มีกันแค่คนในครอบครัว และไม่มี activity อย่างอื่นให้ทำมากนัก เมื่อเสร็จเป็นผืน ก็เป็นความภูมิใจที่ได้ทำค่ะ
ความภูมิใจอีกชิ้น ก็คงเป็นการปักชุดรำฉุยฉายพราหมณ์ที่ช่วยกันทำกับแม่ ปักดิ้น เดินเส้นกันทีละเล็กละน้อย จนสำเร็จเป็นชุดปักที่สวยงาม และได้ใช้ในหลายโอกาส แสดงให้ชาวต่างชาติชม เป็นหน้าเป็นตาแก่ประเทศ ในช่วงนั้นทางสถานทูติมักจะขอให้ไปช่วยรำอยู่เสมอ รำชุดเก่งก่อนชุดฉุยฉายพราหมณ์จะปักเสร็จก็เป็นรำสีนวล พอชุดฉุยฉายพราหมณ์เสร็จ ก็รำฉุยฉายพราหมณ์ไป ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความงดงามของความไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ค่ะ
กลับมาเรื่องครอสติส แรกที่เริ่มปักเป็นเพราะพี่ที่ทำงานเค้าปักกัน ก็เลยลองไปซื้อหาลายการ์ตูนเล็กๆ มาทำ ไม่แน่ใจตัวเองว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ เพราะปกติแล้วเป็นคนที่เบื่อง่าย ทำไปทำมา กลายเป็นว่าวางการปักไม่ลง จากชิ้นเล็กๆ นำไปสู่ชิ้นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
แรกๆ ที่ปัก มักจะปักลายที่ตัวเองชอบ เสร็จก็นำมาใส่กรอบ แขวนไว้จนไม่มีที่จะแขวน หลังๆ มา ก็เลือกลายเพื่อปักให้คนใกล้ชิด หรือคนที่ใจผูกพันในโอกาสพิเศษต่างๆ ด้วยความรู้สึกที่อยากจะบอกผ่านความคิดถึง และคุณค่าของผู้รับผ่านงานชิ้นนั้นๆ ก็มีทั้งที่ผู้รับซาบซึ้งใจ และไม่ใส่ใจในคุณค่า แต่...ตั้งใจทำให้คนๆ คนหนึ่งแล้ว เค้าจะซึ้งหรือไม่ซึ้งใจ เราคงบังคับไม่ได้ ได้บอกว่านี่คือความรู้สึกทั้งมวลที่ให้ รับไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไร ก็ได้แต่(แอบ)หวังว่าอย่างน้อยๆ เค้าคงไม่เอาของที่เราบรรจงทำด้วยใจ ไปปาทิ้งขยะที่ไหน ปล่อยให้มันคลุกฝุ่นในส่วนใดส่วนหนึ่งใกล้ๆ วันไหนผ่านไปเจอ นึกถึงคนทำบ้าง ก็พอใจแล้ว
ช่วงแรกที่เริ่มปักครอสติส เป็นช่วงที่มีความทุกข์หนักในใจ ไม่สามารถบอกกล่าวกับใครได้ ข้างนอกหัวเราะร่าเริง แต่ข้างในเก็บกักน้ำตาไว้ตลอดเวลา งานปักจึงเป็นเหมือนเพื่อนที่ปลอบประโลมใจ ทำให้คลายหรือลืมทุกข์ไปได้ในบางเวลา อาจจะด้วยเหตุนี้ จึงรักและให้คุณค่ากับงานปักครอสติสมากที่เดียว แม้ว่าในปัจจุบัน การปักครอสติสจะเป็นรองการปฏิบัติภาวนา และการทำกุศลอื่นๆ ไปแล้วก็ตาม แต่มีเวลาเมื่อไหร่ ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมลายปักงามๆ ที่สะสมเอาไว้ หรือปักผ้าชิ้นใหม่ต่อๆ ไป
ถ้าวันไหนคุณได้รับผ้าปักครอสติส หรืองานฝีมือจากใคร ขอให้รู้ว่ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกของผู้ให้ ที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำ บางชิ้นอาจจะนานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปี อย่างน้อย ดีใจเถอะค่ะ และบอกผู้ให้ (แม้คุณอาจจะไม่ชอบและไม่ค่อยเข้าใจความหมาย) ว่าขอบคุณจากใจ ^_____^
Posted on Sat 16 Sep 2006 11:07
http://kaikeaw.diaryclub.com/?date=20060916
edit @ 2007/09/17 19:56:40
เราก็ปักมาตั้งแต่อยู่ม.3แต่ตอนนี้อยู่ม.5แล้วยังไม่เสร็จเลยจร้า