Dhamma-Life

จะจากกันไปปฏิบัติภาวนาสัก 3 วันนะคะ ไก่แก้วนัดกับพวกพี่ๆ น้องๆ จะพากันไปภาวนาที่วัดป่า แถวอุดร กลับมาคงมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีก ...ส่วนตอนนี้เพื่อไม่ให้คิดถึงกันมากเกินไป ก็เลยคิดหาเรื่องผีๆ มาเล่าให้ฟัง (คงงงว่าแม่ไก่เพี้ยนคิดอะไรกันเนี่ย) คิดมาหลายวัน เพราะเกรงว่าเรื่องที่เล่าอาจจะทำให้เสียเพื่อนใหม่ๆ ไป

จริงๆ แล้ว รู้สึกว่าช่วงนี้มีคนทุกข์หนักๆ เพราะเรื่องปัญหาหัวใจเยอะเหลือเกินค่ะ ได้ฟัง ได้อ่าน หรือรับรู้เรื่องของบางคนมาแล้ว ชวนให้เป็นห่วง กลัวว่าความทุกข์จะบีบคั้น จนทำให้เค้าตัดสินใจอะไร พลาดไป จนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ทำไมถึงทราบเหรอค่ะ...ไก่แก้วเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์เข้าตา จนมืดบอด มองหาทางออกไม่เจอมาหลายครั้ง หลายครา เวลาทุกข์ โดยเฉพาะเวลาหัวใจสลาย ทำท่าจะตรอมใจตายไปไม่ต่ำกว่า 2-3 รอบแล้วค่ะ ทั้งที่แต่ก่อน เวลาอ่านนิยายไม่เคยคิดเชื่อหรอกว่าคนเราจะสามารถทุกข์จนถึงขั้นตรอมใจตายกันได้ จนมาเจอกับตัวเอง

ขอเล่าแต่เพียงว่า เวลาทุกข์ทับถมหนักๆ ขนาดนั้น เราจะวกวนอยู่แต่กับความโกรธ ความเศร้า ความน้อยใจ ความเสียใจ กลุ่มแรกที่ความโกรธนำ อาจจะมองว่าการทำร้ายตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายเสียใจ เป็นเรื่องสะใจบ้าง เป็นเรื่องที่จะทำให้เค้าจดจำเราบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ลืมนึกไปหรือเปล่าค่ะ ว่าคนที่เรากำลังจะกระทำให้เค้าจดจำเรา(อย่างไม่ดี) คือคนที่เราบอกว่ารัก (ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้รักเราก็ตาม) แล้วสิ่งที่เราต้องการกระทำ ก็คือการทำร้ายคนที่เราพร่ำบอกว่าเป็นที่สุดของชีวิต ...โดยส่วนตัว ถ้าหากเรารักใครสักคนๆ จริงๆ เราก็ควรปล่อยเค้าไป หากเค้าไปแล้ว เค้ามีความสุขมากกว่า แล้วเก็บเฉพาะความรู้สึกดีๆ วันเวลาดีๆ ไว้ในใจ แล้วก้าวเดินต่อไป ซึ่งก็ต้องใช้กำลังใจและความเด็ดเดี่ยวอย่างมากมายทีเดียว

กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มที่เศร้า เสียใจ นำ ทุกข์ เจ็บปวดทรมาน จนทำให้รู้สึกว่าความตายคืออ้อมกอดอันอบอุ่น และเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย เป็นทางออกที่จะทำให้ใจดวงนี้ ไม่แหลกสลายอีกต่อไป ...นั่นเป็นความคิดที่ผิดไปอย่างมากมาย แต่...ตัวไก่แก้วเองก็เคยคิดเช่นนั้น

ช่วงที่ทุกข์เหมือนคนจะจมน้ำตาย คิดแต่อยากจะทำร้ายตัวเอง เพราะเข้าใจผิดไปว่าการตายเหมือนการนอนหลับอันยาวนาน โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากพ่อแม่ครูอาจารย์และกัลยาณมิตร เลยสามารถพ้นวิกฤตินั้นมาได้ พ่อแม่ครูอาจารย์* ของไก่แก้วองค์หนึ่ง ท่านได้เมตตาเตือนสติว่า "การฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการสร้างวิบากกรรม ให้ต้องทุกข์ทรมานไปอีกนาน คนที่ฆ่าตัวตายไป จะต้องไปเสวยทุกข์อยู่ในอบายภูมิไม่ต่ำกว่า 500 ชาติแล้วก็ต้องเป็นสัตว์เดรัชฉานอีก 500 ชาติ ก่อนจะมีสิทธิ์ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ แต่ก็จะเป็นมนุษย์ที่พิกลพิการไปอีกไม่ต่ำกว่า 500 ชาติ ถึงจะสามารถมีอัตตภาพเป็นมนุษย์ที่มีทั้งร่างกายและจิตใจสมบูรณ์"

นอกจากนี้ยังมีครูบาอาจารย์อีกองค์ เคยเขียนเล่าสมัยที่ท่านยังเป็นฆราวาสว่า ท่านเคยเห็นผู้หญิงเดินร้องไห้ผ่านหน้าบ้านในตอนกลางคืนเป็นประจำ จนท่านสงสัยออกมาดู จึงทราบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่มนุษย์ เพราะเดินเท้าลอยไม่แตะพื้นถนน แล้วต่อมาก็ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นฆ่าตัวตาย แต่ไม่สามารถไปไหนได้ ได้แต่เสวยทุกข์โศกเศร้าไม่ต่างกับตอนที่มีชีวิตอยู่ ...ครูทางธรรมที่เคารพอีกท่านนึงก็เคยเล่าให้ฟัง ว่าทีผู้หญิงคนนึงผิดหวังในรัก แล้วก็เลยฆ่าตัวตาย ยังคงร้องไห้แล้วก็วนเวียนเศร้าโศกไม่ต่างกับตอนยังมีชีวิตอยู่ ...ทั้ง 2 กรณี ครูบาอาจารย์ท่านก็ได้เมตตาช่วยแผ่เมตตาให้วิญญานทั้ 2 ดวงได้สัมผัสกับความเป็นกุศล และเคลื่อนออกจากภพที่ติดอยู่ไปได้...ลองคิดดูซิค่ะ ถ้าไม่บังเอิญไปเตะตาผู้ทรงภูมิทางธรรมเข้า จะต้องวกวนไปอีกนานแค่ไหน ยามเรามีชีวิตอยู่ จิตใจอ่อนล้า ยังพอได้หลับนอนพักได้ ตื่นขึ้นมาใหม่ ถึงจะเลือกเก็บทุกข์ขึ้นมาเชยชม แต่ก็ยังมีเวลานอกให้ใจได้พัก

คุณๆ หลายคนอาจจะไม่เชื่อเรื่องชาติภพแต่...ไก่แก้วเชื่อไม่ใช่เพราะได้ฟังมา แต่เพราะได้สัมผัสกับตัวเอง เล่าแล้วคงมีหลายๆ คนมองแปลกๆ หรือคิดว่าไก่แก้วเพี้ยนไป แต่ก็ขอเล่า เพราะคิดว่าแลกกับสายตาแปลกๆ หรือข้อหาไม่ปกติ กับการทำให้คนๆ หนึ่งฉุกคิด แล้วไม่ทำร้ายตัวเอง มันคุ้มค่ากว่ากันเยอะมาก

ในช่วงสึนามิ หลายๆ ท่านคงจำกันได้ มีผู้คนมากมายต้องเสียชีวิต โดยกระทันหัน ไก่แก้วไม่มีความรู้มากพอจะแจงเรื่องภพภูมิ แต่ทราบว่าเป็นเวลาหลายคืนที่จะมีอาคันตุกะมาเยี่ยมเยียนหน้าบ้าน และสุนัขในหมู่บ้านร้องเพลงโอเปร่าแข่งกัน แรกๆ ก็ไม่ได้นึกอะไร แต่..เอ๊ะ พอแผ่เมตตาให้ไปเสียงคุณสุนัขทั้งหลายก็หายไปทันที มาคุยกับพี่ๆ น้องๆ หลายคนในกลุ่มภาวนา หลายคนก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กัน จิตที่ถูกฝึกจะมีกำลัง แล้วบางครั้งก็สามารถสื่อไปถึงดวงจิตอื่นในอีกภพภูมิได้

ที่รู้สึกทรมานที่สุด ก็คงเป็นค่ำวันหนึ่งที่นั่งดูสารคดีที่เค้าไปเก็บกู้ศพ จำไม่ได้ว่าเป็นที่ไหน แต่ในหนังสารคดีเรื่องนั้น ศพที่เก็บกู้เป็นของเด็กผู้หญิงชาวต่างชาติ ไม่เห็นใบหน้า หรือว่าอะไรหรอกนะคะ ไก่แก้วก็ได้แต่ดู แล้วก็รู้สึกสลดหดหู่ใจ พอกลางคืนมา ใกล้ๆ เที่ยงคืน โอเปร่าสุนัขไม่ยักกะเริ่มต้น แต่กลับมีเสียงเด็กร้องไห้คร่ำครวญทรมานอยู่หน้าบ้านไก่แก้ว เสียงเหมือนเด็กคนนี้เดินกลับไปกลับมาหน้าประตูรั้ว ซึ่งตรงกับห้องนอนไก่แก้วพอดี ไม่ได้โผล่ออกไปดูหรอกนะคะ แต่ว่าสัมผัสได้ว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แล้วอีกอย่างในหมู่บ้านไก่แก้ว ไม่มีเด็กผู้หญิงเลย เรามีกันไม่กี่บ้านถ้ามีเด็กออกมาเดินแบบนี้ ต้องมีผู้ใหญ่มาตามแล้ว...ไก่แก้วแผ่เมตตาให้น้องเค้าไป แต่ทำอย่างไร เสียงร่ำไห้ก็ไม่หายไปซะที รู้สึกทรมานและเจ็บปวดไปตามเค้า แต่ก็เหมือนทำอะไรไม่ได้ จนสุดท้ายต้องระลึกถึงครูบาอาจารย์ที่เคารพองค์นึง อธิษฐานขอให้ท่านช่วย ปรากฏว่า...เสียงร้องไห้น่าเวทนานั้นหายวับไปทันควัน

คุณจะคิดอย่างไร ไก่แก้วไม่ทราบ แต่สำหรับไก่แก้วแล้ว กลัวมากค่ะ เรื่องที่จะตายโดยไม่มีสติ แล้วต้องไปติดในชาติภพที่ทรมานเช่นกันลองคิดดูซิค่ะ สภาวะจิตของผู้ที่เสียชีวิตตอนสึนามิ ส่วนใหญ่น่าจะมีความสุขเพราะได้อยู่กับท้องทะเลสวยๆ หาดทรายขาวๆ กับคนที่เรารักแล้วจู่ๆ ก็มีเหตุให้ตกใจและหวาดกลัว กับจิตของคนที่เศร้าโศก หม่นหมอง ย้ำคิดแต่เรื่องที่ทำร้ายตัวเอง ใครจะจมอยู่ในความทุกข์มืดมิดกว่ากันก่อนจะเคลื่อนไปสู่ภพใหม่ ขนาดนั้นผู้ที่เจอเหตุการณ์สึนามิส่วนหนึ่งก็ยังต้องเสวยทุกข์ ติดอยู่กับที่ แล้วคนที่ทำอัตวิบากกรรมจะมืดมนกว่าขนาดไหน

ถึงแม้ว่าคุณๆ อาจจะไม่เชื่อ แต่ขอให้ฉุกคิดกันบ้าง ว่ามันอาจจะเป็นจริงก็ได้ แล้วหมั่นสะสมบุญกุศล เกรงกลัวและละอายต่อบาป และ...อย่าคิดสั้นๆ ทำร้ายตัวเอง

ขอบุญกุศลที่จะได้ ส่งถึงทุกๆ ท่าน และทุกๆ ดวงจิตที่วนเวียนอยู่ในห้วงทุกข์ค่ะ _/|\_

ปล. "พ่อแม่ครูอาจารย์"เป็นคำเรียกพระป่าที่เราเคารพเทียบเท่าพ่อแม่ และครูอาจารย์รวมกัน เพราะท่านเป็นทั้งพ่อและแม่และครูให้เราได้เริ่มชีวิตในการเจริญรอยตามรอบบาทพระพุทธองค์ค่ะ

ปล. 2 ไม่มีความสามารถในการให้เลข ใบ้หวย ทำนายดวงชะตานะคะ

ปล. 3 MSN Tag ของคุณน้ำผึ้ง ไก่แก้วขอติดไว้ก่อนนะคะ กลับมาจะทำการบ้านส่ง

ปล. 4 ยังจะมีใครคบกับคนแปลกๆ อย่างไก่แก้วอีกไหมค่ะ T___T

ไก่แก้วแสนกลคนประหลาด


edit @ 2007/03/01 18:00:04
edit @ 2007/03/02 09:03:33


*.:。✿~ ไก่แก้ว ~✿。:.*
View full profile